ประเทศไทยเพิ่มสายการผลิตโดยเริ่มผลิตกระบะคาร์โก้ประหยัดพลังงาน

  • By admin
  • 7 July, 2015
  • Comments Off on ประเทศไทยเพิ่มสายการผลิตโดยเริ่มผลิตกระบะคาร์โก้ประหยัดพลังงาน

1

ในปี 2554 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์กระบะคาร์โก้ของไทยมีมูลค่าการส่งออกถึง 22,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยคิดเป็นมูลค่าการส่งออกยานยนต์ 12,340 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และการส่งออกชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์ 9,721 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้ ในปี 2555 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคาดการณ์ยอดการผลิตรถยนต์ของไทยว่าจะมีอัตราการขยายตัวสูง เนื่องจากปัญหาอุทกภัยในช่วงปลายปี 2554 ทาให้บริษัทรถยนต์กระบะคาร์โก้ส่วนใหญ่ไม่สามารถเดินสายการผลิตได้ ประกอบกับมียอดคงค้างจองจานวนมาก จึงทำให้ในปี 2554 บริษัทรถยนต์ต้องเร่งกาลังการผลิตเพื่อส่งมอบรถกระบะคาร์โก้ให้กับลูกค้าให้เร็วที่สุด

ในเดือนพฤษภาคม 2555 ไทยผลิตรถยนต์ได้มากกว่า 200,000 คันเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดในรอบ 50 ปี ทาให้ยอดขายภายในประเทศสูงตามไปด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเพิ่มสายการผลิตโดยเริ่มผลิตกระบะคาร์โก้ประหยัดพลังงาน หรือ Eco-car และรถยนต์รุ่นใหม่หลากหลายรุ่น เช่น ฮอนด้า Brio นิสสัน Almera มิตซูบิชิ Mirage ฟอร์ด Fiesta เชฟโรเล็ต Cruze และ โตโยต้า Prius รวมทั้ง มีการเพิ่มเงินลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตตามอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรม เช่น เชฟโลเลต ลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท เพื่อเปิดศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ดีเซลในไทย มิตซูบิชิประเทศไทยเปิดโรงงานแห่งใหม่เพื่อรองรับการผลิต Eco-car ปริมาณ 200,000 คันต่อปี และส่งออกไปทั่วโลก ทั้งนี้ บริษัทโตโยต้า และบริษัทนิสสัน 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นประกาศลดปริมาณการผลิตรถยนต์กระบะคาร์โก้ภายในประเทศลง เนื่องจากความต้องการภายในญี่ปุ่นลดลงประกอบกับค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งสองบริษัทจะย้ายฐานการผลิตบางส่วนไปยังฐานการผลิตในต่างประเทศ อาทิเช่น จีน บราซิล รัสเซีย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย โดยโตโยต้าจะลดปริมาณการผลิตภายในประเทศลงร้อยละ 10 หรือราว 5 แสนคัน จาก 3,600,000 คัน เหลือเพียง 3,100,000 คัน ในขณะที่นิสสันจะลดปริมาณการผลิตลงร้อยละ 15 จาก 1,350,000 คัน เหลือเพียง 1,150,000 คัน ซึ่งบ่งชี้ถึงการเจริญเติบโตและความสามารถในการผลิตรถยนต์กระบะคาร์โก้ของไทย http://ktruck.co.th/home/index.php

Comments are closed.